วันพุธ, 15 กรกฎาคม 2563

Bitcoin คือ อะไร เป็นยังไง? Blockchain เป็นอย่างไร 

bitcoin คือ

Bitcoin คือ  Bitcoin อ่านว่าบิทคอยน์ เป็นสกุลเงิน ในลักษณะของดิจิทัล ถูกทำขึ้นมาด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของ Bitcoin ไม่มีรูปร่างและ ไม่สามารถสัมผัสได้เสมือนแบงค์หรือเหรียญเงินบาท Bitcoin ถูกผลิตขึ้นมาด้วยกรุ๊ปนักปรับปรุงเล็กกรุ๊ปหนึ่งตลอดจนบริษัทใหญ่ทั้งโลก โดยระบบของ Bitcoinถูกรันโดยคอมพิวเตอร์ ของผู้ใช้งานทั่วทั้งโลก โดยใช้ระบบโปรแกรม คอมพิวเตอร์สำหรับการถอดสมการเลข Bitcoin นับว่าเป็นสกุลเงินแรกของโลกที่ถูกเรียกว่าริโตเคอเรนซี ( cryptocurrency)

 

Bitcoin คือ อะไร เป็นยังไง

 วันนี้เลยต้องการรวบยอดชี้แจงเป็นข้อแบบภาษาบ้านมากมายแบบมนุษย์ทั่วๆไปให้ได้รู้เรื่องหัวข้อนี้กันมากขึ้นเรื่อยๆ(บ้างเดี๋ยวนี้โลกของพวกเรา เวลาจะโอนเงินไปไหนมาไหน ถอน/ฝาก/โอน/จ่าย  จำเป็นต้องผ่านตัวกลางเป็น

 แบงค์เนื่องจากว่าแบงค์เป็นอย่างเดียวที่จะรับประกันกับพวกเราได้ว่า มีการโอนจริง ฝากจริง ถอนจริง แล้วพวกเราก็เชื่อตามนั้น

เนื่องจากแบงค์จะออกคำยืนยัน(ก็คือสลิปหรือ statement นั่นเองโดยแบงค์ก็เก็บค่าสำหรับบริการสุดแต่ความกรุณาปรานีของแบงค์นั้นๆว่าจะแพงมากน้อยแค่ไหน 555

 

กระทั่งในปี 2008 กำเนิดวิกฤต

ที่อเมริกา ค่าเงิน USD ล่มจมเป็นประวัติการณ์ จู่ๆพี่กันเอ็งเลยไขปัญหาด้วยการบอกว่าจะ พิมพ์เงินเข้าระบบเพื่อทุกคนจะได้มีเงินไปจ่ายหนี้หรือจับจ่ายใช้สอยกันถัดไปนะ 555 โดยไม่ต้องมีทองคำมารับรับรองด้วยนะ ปั๊มกันมาลอยๆเลย 

พอเพียงเกิดเหตุอย่างงี้ขึ้น ประเทศอื่นก็เลยกล่าวว่า เอ้อโอเค ทำเป็นเราก็ทำเป็น ยุโรปเลยบอกโอเค ฉันพิมพ์มั่งเราก็มีหนี้สินมากมายเช่นเดียวกัน 5555 ก็เลยมีคนมีความรู้สึกว่า เห้ย

 ถ้าอย่างนั้นฉันจะสามารถเชื่อมั่นอะไรกับระบบการคลังที่ควบคุมโดยรัฐบาลได้อีกหรอวะ คิดต้องการจะเสกเงินก็เสกขึ้นมาลอยๆมันก็ไม่มีความต่างกับการเอาแบงค์กาบดมาบอกว่านี่เป็นเงินจริงนะเอามาจ่ายหนี้ หนี้สินของพวกเราหายกัลลลลลล (แม้กระนั้นที่ยิ้มทำเป็นเป็นเนื่องจากว่าทุกคนเชื่อมั่นเงิน USD ที่มันพิมพ์มาใหม่ยังไงว่ามีค่า พิมพ์มามากแค่ไหนใครๆก็อยากได้) ในที่สุดก็เลยมีบุคคลที่ใช้ชื่อว่า Satoshi Nakamoto กล่าวว่า เชี่ยกูไม่ไหวล่ะ จะใช้จ่ายเงินสดโอนผ่านประเทศอะไรกุก็โดนค่าธรรมเนียมแพงแบบไร้เหตุผล จะออมเงินไว้เฉยๆฝากกินดอกใช้ตอนแก่ๆเราก็ยังไม่แน่ใจล่ะเนื่องจากว่าอยู่ก็พิมพ์เงินออกมาใหม่จนถึงกำเนิดเงินเฟ้อลดค่าเงินที่ฉันออมไปหมดเกลี้ยง ถ้าอย่างนั้นนี่เลย เราขอเปิดการ์ดที่หมอบไว้ก่อนเทคโนโลยี Blockchain แล้วก็  Bitcoin คือ เงิน !!!

 

วิธีเปิดบัญชี bitcoin

สมัคร bitcoin

 

ซาโตชิ

เอาง่ายๆขึ้นอีกเป็น คุณซาโตชิระบุเงิน Bitcoin ขึ้นมาบนโลก Internet แล้วก็ แทนที่จะให้แบงค์เป็นคนโอน มึงใช้เทคโนโลยี Blockchain เป็นระบบสำหรับในการโอนเงินนี้ต่อกัน  ต่อนี้ไปมารู้เรื่องกันก่อนว่าเทคโนโลยี Blockchain

 นี่เป็นยังไงเพราะเหตุใดมึงถึงเอามันมาใช้ คิดออกมั้ยว่าธรรมดาพวกเราจะโอนเงิน มีเพียงแค่แบงค์สิ่งเดียวซึ่งสามารถมีเอกสารในมือ ที่ทราบได้ว่าพวกเรามีเงินมากแค่ไหน พอเพียงโอนมั้ย แล้วพวกเราโอนเสร็จก็ไปบอกบัญชีที่หมายว่าเอ้อ อีกฝั่งมีเงินพอเพียง และโอนมาให้ที่หมายแล้วนะ แล้วแบงค์ก็คิดค่าธรรมเนียม จบดีล แม้กระนั้นเทคโนโลยี Blockchain นี้เปิดให้ทุกคนมีเอกสารข้อมูลบัญชีที่ว่าโน่นทั้งผองแบบ Public เอาง่ายๆว่าพวกเราสามารถทราบแล้วก็ตรวจทานได้หมดเลยว่าบัญชีไหน มีเงินเยอะแค่ไหน คนใดกันโอนให้คนไหนกันแน่ รับต่อกันอย่างไร แล้วพวกเราจะรับรองการโอนเงินอย่างไร แล้วจะเชื่อถือได้อย่างไร? ต่างหากที่เป็นความแจ๋วของเทคโนโลยีนี้ 

 

Bitcoin คือ เทคโนโลยี

จะสร้างข้อมูลเรียงกันเป็นบล็อคซึ่งก็จะเรียงตั้งแต่การโอนทีแรกมาจนกระทั่งการโอนในขณะนี้สมมุติว่านาย A จะโอนเงินให้ นาย B 1บาท ระบบก็จะประกาศว่า โอเคนาย จะโอนไปให้นาย B 1 บาทนะ ทุกคนก็จะเช็คข้อมูลว่าบัญชีนาย มีเงินมากยิ่งกว่า บาทเพื่อจะโอนอยู่รึเปล่า ถ้าเกิดมากยิ่งกว่า

 ทุกคนก็จะประกาศว่าโอเครับทราบแล้วนะให้การโอนนี้เกิดขึ้นได้ เพียงพอเกิดขึ้นก็จะเอาข้อมูลเหล่านี้ ใส่ลงใน Block ต่อกันไปแล้วเพียงพอทุกคนการันตีว่าการโอนนี้ลงข้อมูลใส่ด้านใน Block เป็นระเบียบ การโอนนี้ก็นับว่าสำเร็จ จะมองเห็นได้ว่า นาย ไม่มีวันทุจริตที่จะไม่โอนหรือเงินน้อยเกินไปจะโอนได้เลย เนื่องจากทุกๆคนถือข้อมูลเป็นสาธารณะอยู่พวกเราสามารถเชคได้ตั้งแต่ทีแรกว่านาย Aมีเงินอยู่เยอะแค่ไหน รวมทั้งถ้าเกิดเงินน้อยเกินไปทุกคนก็จะกล่าวว่า เงินนาย มีน้อยเกินไป การโอนก็ไม่เกิดขึ้นอยู่ดี รวมทั้งจะผิดบันทึกลงใน Blockของข้อมูล เอาง่ายๆว่า Blockchain เป็นเทคโนโลยีสำหรับในการจัดเก็บข้อมูลแบบอย่างหนึ่ง ที่มีลักษณะเป็นบล็อกเรียงต่อกันเป็นสาย แต่ละบล็อกก็จะมีชุดข้อมูลซึ่งสามารถเชื่อมโยงไปยังบล็อกก่อนหน้าได้ ด้วยเหตุนั้นก็เลยเรียกว่าBlockchain กล้วยๆเท่านั้นเอง Blockchain มิได้ใช้ได้เฉพาะแต่ว่ากับระบบด้านการเงินเพียงเท่านั้น แต่ว่ายังสามารถนำไปปรับใช้กับระบบอื่นๆได้อีกด้วย ลองนึกดูว่าใดๆที่เคยจำต้องรวมศูนย์และก็ทำผ่านตัวกลางเพียงแค่ตัวเดียวแค่นั้น Blockchain สามารถชดเชยรวมทั้งใช้ทรัพยากรน้อยกว่าได้ทั้งผอง 

 

ิbitcoin สมัคร

 

Blockchain

คือภาพพวกเราทำรับรอง มีเอกสารเยอะมาก พวกเราสามารถจัดเก็บข้อมูลกลุ่มนี้ลง Blockchain แทนการใช้เอกสารถึงเวลาพวกเราจะเคลม ไม่ต้องมัวไปขอเอกสารหรือหาเลขกรมกรรม์อะไรเลย เพราะเหตุว่าระบบมีข้อมูลอยู่ในตัวอยู่แล้ว หรือไม่ก็

 บางครั้งอาจจะใช้สำหรับเพื่อการติดตามผลิตภัณฑ์ต่างๆตัวอย่างเช่น การตำหนิตามทางขนส่งของอาหารสดแต่ละชิ้น ก็จะมีผลให้ทราบได้โดยทันทีว่าวัตถุดิบรายการไหนถูกส่งออกมาจากฟาร์มที่ใดขายไปยังลูกค้ารายใดหมดอายุวันไหน รวมทั้งถ้าเกิดกำเนิดปัญหากับผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้นๆก็สามารถสืบไปถึงตัวการได้โดยทันที ว่ามีเหตุมาจากที่ไหนแถมทุกๆข้อมูลที่มีการบันทึกลงไปใน Blockchain นั้นจะไม่สามารถที่จะถูกลบออกไปได้ (เพราะเหตุว่าทุกคนมีข้อมูลนี้อยู่ในมือกันหมด ถ้าหากจะลบก็จะต้องไปลบทุกคนซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้แล้วก็สามารถติดตามลำดับการบันทึกข้อมูลย้อนไปทั้งสิ้นได้อย่างโคตรง่ายและก็โปร่งใส 

สรุป Bitcoin

จากเท่าที่อ่านกันมาถึงนี้ได้พวกเราก็อาจจะเริ่มเข้าใจแล้วว่า Blockchain เป็นเทคโนโลยีสำหรับการจัดเก็บข้อมูลโดยการให้ทุกคนถือเอกสารชุดเดียวกัน เมื่อมีการอัปเดตก็จะอัปเดตร่วมกัน ซึ่งการมาของเทคโนโลยีนี้สามารถกำจัดตัวกลางสำหรับการโอนอย่างแบงค์ไปได้อย่างสะอาด

 เพราะว่าพวกเราจะโอนเงินให้ผู้ใดไม่จำเป็นที่ต้องมีค่าขนบธรรมเนียมสำหรับเพื่อการโอน ไม่ต้องให้แบงค์มาช่วยการันตีการบรรลุเป้าหมายของการโอน เพราะว่าทุกๆคนในระบบมาช่วยการันตีความถูกต้องชัดเจนของข้อมูล แถมยิ้มน่าไว้วางใจว่าแบงค์อีก ด้วยเหตุว่าทุจริตมิได้เลยกลับมาที่เรื่อง Bitcoin ไปไกลมาก 555555
สรุป Bitcoin เป็นสกุลเงินในลักษณะของดิจิทัล ถูกทำขึ้นมาด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของ Bitcoin ไม่มีรูปร่างและไม่สามารถสัมผัสได้ราวกับแบงค์หรือเหรียญเงินบาท โดยคุณซาโตชิ ได้เขียน Codeสำหรับการการันตีธุรกรรมของ Bitcoin ขึ้นมาเป็น Algorithm ของเลขคณิต แล้วก็แจกฟรีแก่ทุกคนทั้งโลกให้นำไปใช้ แล้วก็ใช้Blockchain สำหรับเพื่อการเป็นระบบการโอนเงินต่อกัน

การเปิดบัญชี Bitcoin

 นั้นทำง่ายอย่างยิ่งใช้เพียงแค่ E-Mail คุณก็สามารถมีบัญชี Bitcoinได้ จะกี่บัญชีก็ได้ จะเป็นแสนเป็นล้านบัญชี ก็สามารถทำเป็นถ้าเกิดคุณมีเวลาว่างมากพอ เพราะว่าเลขบัญชี Bitcoin จะเป็นตัวเลขรวมทั้งตัวเขียนชิดกัน 34 ตัวหนังสือ(ความน่าจะเป็นของเลขบัญชี Bitcoin คือ เป็น ยกกำลัง 256)

 หากถามคำถามว่าเท่าไรก็คงจะมากยิ่งกว่า ดวงดาวทั้งปวงในเอกภพนี้ โดยการเปิด บัญชี Bitcoin พวกเราจะได้ Key มา 2 Key เป็น Public Key รวมทั้ง Primary Key โดยการใช้ธรรมดาพวกเราสามารถแจก Public Key ให้ทุกๆคนโอนเงินเข้ามาเป้าหมายเลข Public Key ของพวกเราได้(รวมทั้งทุกคนสามารถเชคเงินพวกเราได้จาก เลข Public Key) เพียงแต่ว่าการโอนออกไปที่แหน่งใดสักที่ 

ต้องใช้ Primary Key สำหรับการโอนแค่นั้น หากทำ Primary Key หายไป พอๆกับว่าพวกเราไม่อาจจะโอนไปไหนได้อีกเลย โดยในระยะเริ่มต้นหลายประเทศยังไม่ตอบรับและไม่มีกฏหมายรองรับเงินสกุลนี้ ด้วยเหตุว่าไม่สามารถที่จะระบุตัวตนของเจ้าของบัญชีได้เลย รวมทั้งไม่มีความจำเป็นต้องคิดเงินเอาไว้ในบัญชีเดียวอีกด้วย ทำให้เหมาะสมอย่างมากที่จะเป็นแหล่งฟอกเงิน และก็แนวทางการทำธุรกรรมที่ไม่ถูกกฏหมาย แต่ว่าคิดในอีกแง่ก็คือ ไม่มีผู้ใดสามารถควบคุมได้เลย ไม่มีผู้ครอบครองระบบอย่างแท้จริง ด้วยเหตุว่าทุกคนเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของระบบ แต่ว่าในตอนช่วงหลังเริ่มมีประเทศหลายประเทศออกมาเห็นด้วยเงินสกุลนี้กันเพิ่มมากขึ้น แม้กระนั้นก็ยังไม่เต็มกำลังอยู่ดี

 

บิทคอยน์ (Bitcoin) ขุดยังไง เล่นแล้ว รวยจริงหรือ ?

ปริศนาถัดมาเป็น แล้วพวกเราจะหารายได้ Bitcoin จากไหนล่ะ แนวทางหนึ่งที่ได้มานอกเหนือจากการเอาเงินจริงไปซื้อก็คือ แนวทางการทำเหมือง Bitcoin โดยระบบของ Bitcoin นี้จะให้ทุกคนช่วยเหลือกันการันตีธุรกรรมผ่านBlockchain ซึ่งถ้าเกิดใครกันแน่รับรอง Block

 การโอนที่เกิดขึ้นเร็วที่สุดจะได้รับรางวัล 50 BTC ต่อ1 Block ซึ่งรางวัลนี้จะน้อยลงครึ่งนึงทุกๆ210,000 Block  ซึงการที่ได้ยินข่าวว่า เค้าทำเหมืองขุด Bitcoin ที่ว่ามันก็คือการแข่งขันกัน ประมวลผลข้อมูลให้ได้ 1 Block ซึ่ง 1 Block ที่เกิดขึ้น คุณซาโตชิคิด Algorithm ที่ว่านี้ขึ้นมาโดยให้มันถูกแก้ออกได้ข้างใน 10นาที ยิ่งมีคนมากแค่ไหนช่วยเหลือกันแก้สมการนี้ Algorithm ก็จะเพิ่มความยากของสมการที่จะถูกแก้ไปด้วย จะใช้คนเท่าไร ก็จะใช้เวลาคำนวน1 Block นี้ราว10นาทีอยู่ดี 

 

ิbitcoin คือ

 

การขุด bitcoin (Mining)

เป็นการช่วยระบบประเมินผลของธุรกรรมที่เกิดขึ้น ปกติถ้าหากเป็นแบงค์ก็ควรมี serverเพื่อรันข้อมูลแล้วก็ประเมินผล แม้กระนั้น Bitcoin ไม่มีแบงค์เป็นตัวกึ่งกลาง ก็เลยให้ทุกคนช่วยเหลือกันประเมินผลใครกันแน่เครื่องแรง ช่วยระบบได้มาก ก็ควรได้รางวัลทดแทน โน่นเป็น Concept ของวิธีการทำเหมือง Bitcoinนั่นเอง

  • เนื่องจากแบบงั้นการขุด Bitcoin ในตอนนี้เกือบจะไม่มีรายใหม่เข้ามาลงทุนแข่งขันกันประเมินผลแล้ว เพราะเหตุว่ายิ่งคนมากยิ่งขึ้น ก็จำต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มมากขึ้นและก็เงินทุนมากขึ้นเรื่อยๆ (รวมทั้งแน่ๆค่าของมันก็เลยมีมากเพิ่มขึ้นตามเงินลงทุน รวมทั้ง Demand)
  • จากการคำนวข้อมูลรางวัลนี้ Bitcoin คือ ของทั่วโลกก็เลยมีได้เพียงแต่ 21,000,000 BTC แค่นั้น แล้วก็จะต้องใช้เวลาอีกราว123 ปีด้านหน้า หรือภายหลังจากปี ค.ศ. 2140 Bitcoin ที่ว่าถึงจะถูกค้บเจอเพื่อมาใช้งานได้ครบ 21ล้านBTC ต่อจากนั้นก็จะหา Bitcoin เพิ่มมิได้อีกเลย
  • โดย Bitcoin สามารถแตกออกเป็นหน่วยย่อยที่สุดได้ถึงจุดทศนิยม ตำแหน่ง(ร้อยล้านส่วนหมายถึง0.00000001 นี้พวกเราจะเรียกว่า 1ซาโตชิเพื่อเป็นเกียรติแก่คุณซาโตชิ (ที่เดี๋ยวนี้ก็ยังไม่ทราบว่าเค้าเป็นคนไหน)ที่คิด Bitcoin ขึ้นมาได้ ซึ่งถ้าหาก Bitcoin หาไม่ได้อีกแล้วการแยก 1 BTC ได้ถึงร้อยล้านส่วน น่าจะทำให้ Bitcoinใช้ไปได้อีกนานเท่านาน 
  • โดยตอนนี้ที่เขียนเนื้อหาของบทความอยู่นี่ราคา 1 BTC ประมาณ 90,000 บาทไทย หากขุดเสร็จได้รับรางวัลสำหรับการขุดในช่วงเวลานี้อยู่รุ่นที่ 3(ผ่านมาแล้ว 210,000+210,000+210,000 Block)
    เป็น 12.5 BTC(หมายถึง 50 หาร มา 2ครั้งก็จะมีมูลค่ารางวัลประมาณ1,150,000 บาทสำหรับในการขุด Bitcoinเพียงแค่ 10 นาทีเพียงแค่นั้น ! (หากคำนวได้เป็นเครื่องแรกของโลกอะนะ)
  • ปัจจุบันนี้ BTC มีมูลค่าที่จำหน่ายกันจริงทั่วทั้งโลกราว34,000 ล้านเหรียญ หรือราว1.2 ล้านล้านบาท (เท่าๆกับหนี้สินของประเทศสารขันเลย คิคิ)รวมทั้งมี BTC ที่ถูกขุดพบไปแล้วทั้งปวงราว16,500,000 BTC หรือราว78% จาก21,000,000 BTC บนโลกตอนนี้

 

บิทคอยน์สร้างขึ้นมาแบบมีจำกัด

ผู้คิดค้นบิทคอยน์ได้กล่าวไว้ว่าบิทคอยน์ถูกผลิตขึ้นมาได้เพียงแค่ 21 ล้านบิทคอยน์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม Bitcoin คือหน่วยกลางหน่วยหนึ่ง ที่แบ่งออกเป็นหน่วยย่อยได้ โดยหน่วยที่นิยมใช้กันมีดังนี้

Bitcoin (BTC) = 1 บิทคอยน์

milliBitcoin (mBTC) = 0.001 บิทคอยน์

microBitcoin (μBTC) = 0.000001 บิทคอยน์

Satoshi = 0.00000001 บิทคอยน์

โดยหน่วยที่เล็กที่สุดของ Bitcoin คือ “ซาโตชิ” (Satoshi) เพื่อเป็นเกียรติให้กับผู้สร้างบิทคอยน์นั่นเอง

 

สรุปข้อดีของ Bitcoin 

  1. ไม่มีการพิมพ์ใหม่หรือผลิตขึ้นใหม่ได้ ไม่จำเป็นที่จะต้องมาวิตกกังวลหรือกลุ้มใจว่านโยบายทางด้านการเงินของประเทศอะไรเป็นอย่างไร ถึงแม้ว่าจะทุกประเทศในโลกบริหารการคลังบกพร่อง เงินเฟ้อไปทุกสกุล Bitcoin ก็ยังอยู่ที่เดิม ไม่เฟ้อตาม
  2. เป็นการทำธุรกรรมที่ เร็ว รวมทั้ง ถูก
  3. ไม่สามารถที่จะขอคืนได้ (บัตรเครดิตยังเรียกเงินคืนได้ หรือยับยั้งธุรกรรม)
  4. ไม่มีเอกสารให้ยุ่งยาก ไม่มีอะไรตามถึงผู้ครอบครองได้
  5. เชื่อถือได้ และไม่มีทางจะคดโกงระบบได้

สถานที่คุณสามารถซื้อ Bitcoin ได้ในไทย


Bitcoin คือ อะไรก็น่าจะรู้มากขึ้นกันแล้วตอนนี้ผมจะแนะนำ 1 เว็บที่ใช้ เปิดบัญชี Bitcoin  ตรงนี้คลิกดูวิธีสมัคร      

 

bitcoin ซื้อ

 

error: Content is protected !!